นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว เมื่อลากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต

นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว เมื่อรากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต

 

นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว เมื่อลากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต
นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว เมื่อลากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต

เคล็ดลับคนรวย เมื่อลากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต

หวังเซียะเหมินเป็นชาวเมืองหนานกิง เขาเป็นบุตรชายของเถ้าแก่หวังเจ้าขอไร่ยาสูบขนาดใหญ่ เมื่อหวังเซียะเหมินอายุได้ 30 ปี เฒ่าแก่หวังก็เห็นว่าตนเองอายุมากแล้ว คิดว่าได้เวลาสมควรที่จะเกษียณตัวเองเสียที จึงให้หวังเซียะเหมินรับช่วงไร่ยาสูบต่อ
เมื่อหวังเซียะเหมินเข้ามาดูแลไร่ยาสูบ เขาเห็นว่าทั้งที่ไร่ยาสูบของเขามีขนาดใหญ่กว่าไร่ยาสูบที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเป็นเท่าตัวแต่กลับมีกำไรจากการขายใบยาสูบได้น้อยหัวมาก
เจ้าของไร่ยาสูบอื่นๆ มีฐานะเป็นเศรษฐี ซึ่งมีทรัพย์สมบัติมากกว่าเถ้าแก่หวังพ่อของเขามากกว่าเป็นเท่าตัว จึงเริ่มหาถึงสาเหตุที่ไร่ยาสูบของเขามีกำไรน้อย จนพบสาเหตุว่าเป็นเพราะพ่อของเขาจ้างคนงานด้วยค่าจ้างที่สูงกว่าไร่ยาสูบไร่อื่นๆ มาก
เมื่อรู้ถึงสาเหตุ หวังเซียะเหมิน ต้องการให้ไร่ยาสูบมีกำไรมากขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงลดค่าแรงคนงานลงจากเดิม เพราะเมื่อก่อนนั้นพ่อของเขาจ่ายค่าแรงมากกว่าไร่ยาสูบที่อยู่ใกล้ๆ มากกว่าถึง 2 เท่า ซึ่งหวังเซียะเหมินเห็นว่าเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ
เมื่อเถ้าแก่หวังรู้ว่าหวังเซียะเหมินทำเช่นนั้นก็ไม่สบายใจ เพราะกลัวว่าวันข้างหน้าจะเกิดปัญหาจึงมาเตือนหวังเซียะเหมินว่าการลดค่าจ้างคนงานนั้นไม่เป็นผลดี
“เซียะเหมิน ทำไมเจ้าถึงลดค่าแรง”
“ข้าว่าที่ผ่านมาท่านพ่อจ่ายค่าแรงสูงมากเกินไป ข้าแค่ลดลงมาให้เท่ากับไร่ยาสูบแห่งอื่นก็เท่านั้น”
“แต่ค่าแรงเพียงเท่านั้นคนงานจะอยู่ลำบาก ไม่นานจะมีคนที่ไม่พอใจ และพากันลาออกจนหมด”
“ถ้าใครไม่พอใจก็ให้ลาออกไป เรามีเงิน จะจ้างใครทำงานให้เราก็ได้”
“เซียะเหมิน เจ้าทำเช่นนั้นก็ไม่ถูก เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมที่ผ่านมาพ่อถึงจ้างคนงานด้วยค่าแรงที่มากกว่าที่อื่นถึง 2 เท่า”
“ก็เพราะท่านพ่อเป็นคนขี้สงสาร ทำให้เห็นแก่คนอื่นมากจนเกินไป”
“เปล่าเลยเซียะเหมิน แต่เป็นเพราะพ่อเห็นแก่ตัวเองต่างหาก แต่เจ้าต่างหากที่เห็นแก่คนอื่น”
“ข้าไม่เข้าใจท่านพ่อ”
“พ่อถามเจ้าหน่อยเมื่อเจ้าลดค่าแรง เจ้าขายใบยาสูบได้เพิ่มขึ้นหรือไม่”
“ไม่เลยท่านพ่อ แต่ก็ไม่น่าแปลกเพราะปีนี้ฝนน้อย ผลผลิตต้องลดลงเป็นธรรมดา”
“เจ้าคิดว่าที่ขายใบยาสูบได้น้อยลงเป็นเพราะความแล้ง แต่พ่อคิดว่าไม่ใช่”
“แล้วท่านพ่อคิดว่าเป็นเพราะสาเหตุใด”

 

นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว เมื่อลากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต
นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว เมื่อลากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต

เป็นเพราะคนงานทำงานไม่เต็มที่ เจ้ามีกำไรมากมายจากการขายใบยาสูบ แต่เจ้ากลับจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ที่สร้างเงินให้เจ้าเพียงน้อยนิด ใครที่ไหนจะอยากทำงานให้คนอย่างเจ้า

“แต่ลูกเชื่อว่าถ้าน้ำมีมากพอ ผลผลิตก็ต้องได้เยอะขึ้น และมันจะทำให้เรามีกำไรมากขึ้น”
“แต่ถ้าเจ้าจ่ายค่าแรงให้คนงานอย่างคุ้มค่า ต่อให้ต้องลำบากไปตักน้ำมาจากที่ไกลๆ เขาก็ยินดีทำ ถึงแม้ฝนจะแล้งก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย เอาเป็นว่าถึงแม้ตอนนี้เจ้าจะยังไม่เห็นด้วย แต่ขอให้เจ้าจ่ายค่าแรงเท่าเดิมไปก่อน และพ่อเชื่อว่าเจ้าจะเห็นผลของมันในไม่ช้า”
แม้เซียะเหมิน จะไม่เห็นด้วยกับวิธีการของพ่อ แต่ก็ไม่อยากขัดเพราะอย่างไรเสีย ด้วยวิธีการของเถ้าแก่หวัง ก็ทำให้ไร่ยาสูบเจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด ถึงแม้เขาจะมีฐานะด้อยกว่าเจ้าของไร่ยาสูบคนอื่นๆ แต่ตระกูลของเขาก็มีฐานะดีไม่น้อย เขาจึงจ่ายค่าแรงให้คนงานเท่ากับที่พ่อของเขาเคยให้ และในวันหนึ่งเซียะเหมินก็เข้าใจ ว่าการจ่ายค่าแรงให้กับคนงานในจำนวนที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายมีผลดีอย่างไร
การจ่ายค่าแรงให้คนงานในระดับที่คุ้มค่า ทำให้คนงานรักไร่ยาสูบของเขาเช่นเดียวกับที่เขารัก และช่วยกันดูแลไร่ยาสูบอย่างดี เพราะคนงานต่างก็คิดว่ายิ่งไร่ยาสูบของหวังเซียะเหมินเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ตนเองก็จะยิ่งได้รับผลตอบแทนมากยิ่งขึ้น จึงพยายามทำงานด้วยความตั้งใจและเอาใจใส่
ซึ่งเหตุที่ทำให้หวังเซียะเหมินเข้าใจผิดถึงผลดีในข้อนี้ก็เป็นเพราะไฟป่าครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ไร่ยาสูบส่วนใหญ่เกิดจากการถางป่าทำให้มีอาณาเขตติดกับชายป่าแทบทุกไร่ เมื่อเกิดไฟป่าจึงทำให้ไร่ยาสูบของแต่ละคนไหม้ไปด้วย ซึ่งรวมถึงไร่ยาสูบของเขาเองด้วยเช่นกัน
แต่ไร่ยาสูบของหวังเซียะเหมินกลับไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากคนงานช่วยกันดับไฟป่าที่ลามมายังไร่ยาสูบของเขาอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย จนสามารถรักษาไร่ยาสูบเอาไว้ได้ ในขณะที่เจ้าของไร่ยาสูบคนอื่นๆ แทบกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะถูกไฟป่าเผาผลาญจนหมดเนื่องจากคนงานพากันหนีเอาตัวรอด
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น นอกจากหวังเซียะเหมินจะจ่ายค่าจ้างคนงานอย่างคุ้มค่าแล้ว ยังแบ่งผลกำไรที่ได้จากการขายผลผลิตให้อีก เพราะหวังเซียะเหมินได้รู้ว่า การที่จะทำให้กิจการเจริญรุ่งเรืองได้นั้น นอกจากตนเองจะต้องรักในกิจการของตนเองแล้ว ก็ยังทำให้ลูกจ้างรับในกิจการของเขาอีกด้วย
“ตอนนี้เจ้าเห็นหรือยังว่า เมื่อคนงานมีความเป็นอยู่ที่ดี กินอิ่มนอนหลับสบาย เขาย่อมมีกำลังใจและกำลังกายที่จะทำงานให้เราอย่างเต็มที่ มันก็เหมือนกับต้นไม้ที่เมื่อรากแข็งแรงต้นไม้ก็แข็งแรงตามไปด้วย ลูกจ้างก็คือรากที่ทำให้ลำต้นอย่างเจ้าเข้มแข็งยังไงล่ะ เซียะเหมิน”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ”

 

นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว เมื่อลากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต
นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว เมื่อลากแข็งแรงต้นไม้ก็เจริญเติบโต

เคล็ดลับเศรษฐี 

คนงานคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้นายจ้างเจริญรุ่งเรือง” นายจ้างส่วนมากมักไม่ค่อยเห็นความสำคัญในเรื่องผลตอบแทนของลูกจ้าง เพราะมักจะเห็นการอยู่รอดของกิจการมากกว่า เมื่อกิจการไม่ค่อยได้กำไรก็ลดค่าจ้าง แต่เมื่อกิจการมีกำไรเป็นกอบเป็นกำก็เก็บกำไรไว้แต่ผู้เดียวไม่คิดเพิ่มผลตอบแทนให้ลูกจ้างแต่อย่างใด จึงไม่แปลกที่กิจการไม่เจริญรุ่งเรือง เพราะอย่าลืมว่าใครก็ตามเมื่อรู้สึกว่าได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มกับแรงที่ลงไป ก็ย่อมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งใจทำงาน ทำดีหรือไม่ดีก็ได้ผลตอบแทนเท่ากันแล้วจะทำดีไปเพื่ออะไร มีแต่จะเหนื่อยเปล่า
ชาวจีนจึงสอนลูกหลานอยู่เสมอว่า ในเรื่องของผลตอบแทนนั้นต้องให้อย่างคุ้มค่าทั้งในส่วนที่เราทำให้เขาและในส่วนที่เขาทำให้เรา หากเป็นนายจ้างก็อย่าเขียมค่าแรงเพื่อให้ได้กำไรมากๆ เมื่อเป็นลูกจ้างก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่เมื่อเขาให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

 

อ่านนิทานออนไลน์ นิทานไทย นิทานเด็ก นิทานสอนลูก เคล็ดลับการเป็นเศรษฐี ติดตามได้ที่นี่ www.nitanthai.com

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *