นิทานไทยสอนลูกสร้างตัว เคล็ดลับคนรวยหวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์

นิทานไทยสอนลูกสร้างตัว เคล็ดลับคนรวยหวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์

 

เคล็ดลับเศรษฐี เรื่องที่ 3 หวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์

จ้าวหยางเป็นเจ้าของร้านเครื่องปั้นดินเผาในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน จ้าวหยางมีลูกชาย 1 คน ชื่อว่าจ้าวเหยียน จ้าวหยางรู้ดีว่าเพราะตนเองเป็นคนที่มีความรู้น้อย เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาเอาแต่ศึกษาในเรื่องของการปั้น ไม่เคยศึกษาหาความรู้อย่างอื่นแต่อย่างใด
ทำให้ไม่มีความสามารถในเรื่องของการค้าขาย จึงไม่สามารถทำให้ร้านขายเครื่องปั้นของตนเองรุ่งเรืองได้ เมื่อจ้าวเหยียนอายุได้ 20 ปี เขาจึงคิดที่จะให้ลูกไปศึกษาเรื่องการค้าขายมากกว่าที่จะให้ศึกษาเรื่องการปั้นเพียงอย่างเดียว ซึ่งจ้าวเหยียนก็เห็นด้วย
“จ้าวเหยียน เจ้าเป็นลูกคนเดียวของพ่อ วันหนึ่งข้างหน้าเจ้าต้องเป็นผู้สืบทอดโรงปั้น แต่จากเวลาที่ผ่านมามันทำให้พ่อรู้ว่า ความสามารถในการปั้นเพียงอย่างเดียวไม่อาจทำให้โรงปั้นของเราเจริญรุ่งเรืองได้ จำเป็นต้องอาศัยความรู้ในเรื่องการค้าขายด้วย เจ้าเองก็เรียนรู้เรื่องการปั้นมาพอสมควรแล้ว ควรจะมีความรู้เรื่องการค้าขายด้วยก็คงจะดีไม่น้อย”

นิทานไทยสอนลูกสร้างตัว เคล็ดลับคนรวยหวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์
นิทานไทยสอนลูกสร้างตัว เคล็ดลับคนรวยหวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์

“ท่านพ่อต้องการให้ข้าศึกษาเรื่องการค้าขายเพิ่มเติม ข้าก็เห็นด้วย ข้าคิดว่าวันหนึ่งข้างหน้าบ้านเมืองเราน่าจะมีการค้าขายกับต่างชาติมากขึ้น

หากจะทำให้โรงปั้นของเรารุ่งเรืองได้ ถ้าคิดว่าควรจะศึกษาภาษาต่างชาติเอาไว้ด้วยก็ดี ถ้าท่านพ่อจะให้ข้าไปศึกษา ข้าเห็นว่าที่เซี่ยงไฮ้น่าจะดีที่สุด”
เมื่อจ้าวเหยียนเดินทางไปศึกษาที่เมืองเซี่ยงไฮ้ จึงไม่มีใครคอยช่วยงานหน้าร้าน จ้าวหยางเป็นทั้งช่างปั้นและต้องคอยดูแลหน้าร้านไปพร้อมๆ กัน ก็ยิ่งทำให้ร้านตกต่ำมากกว่าเดิม ด้วยเกรงว่าจะไม่สามารถรักษาโรงปั้นและร้านขายเครื่องปั้นลายครามเอาไว้ได้จนกว่าจ้าวเหยียนจะมีความรู้มากพอ จึงคิดว่าควรจะหาคนมาช่วยดูแลร้านเพื่อที่ว่าตนเองสามารถผลิตเครื่องปั้นดินเผาได้มากขึ้น
จ้าวหยางจึงจ้างเฉินคังมาช่วยดูแลร้าน เมื่อได้เฉินคังมาดูแลเรื่องการขายให้ จ้าวหยางก็มีเวลาปั้นเครื่องลายครามมากขึ้น ส่วนเฉินคังเองก็เป็นคนที่ขยันขันแข็งจึงทำให้ร้านของเขาเริ่มกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง ด้วยความที่เฉินคังรักการเรียนรู้ เวลาที่ว่างจากงานที่ร้านก็จะมาร่ำเรียนวิธีการปั้นเครื่องปั้นดินเผาจากเจ้าหยาง จ้าวหยางเองก็ถ่ายทอดความรู้ให้อย่างที่ไม่คิดจะหวงเห็นวิชาแต่อย่างใด
ผ่านไป 5 ปี จ้าวเหยียนสำเร็จเรื่องการค้าขายกับชาวต่างชาติที่เมืองเซี่ยงไฮ้ จึงกลับมารับช่วงดูแลร้าน จ้าวเหยียนที่ร่ำเรียนภาษาโปรตุเกสและภาษาฝรั่งเศสมาจากเซี่ยงไฮ้ เริ่มค้าขายเครื่องปั้นดินเผากับชาวต่างชาติ ทำให้ร้านของเขาใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก และเมื่อจ้าวเหยียนรับผิดชอบเรื่องการดูแลหน้าร้าน เฉินคังจึงได้เข้าไปทำงานในโรงปั้นอย่างเต็มตัว ทำให้มีโอกาสที่จะศึกษาวิธีการปั้นอย่างจริงจัง
จ้าวเหยียนสอนเคล็ดลับทุกอย่างให้แก่เฉินคัง เฉินคังเอง ก็ตั้งใจเรียนรู้จนมีความชำนาญในเรื่องของการปั้น ส่วนจ้าวเหยียนที่เห็นพ่อสอนความรู้ให้กับเฉินคังอย่างไม่หวงแขนก็รู้สึกเป็นกังวล เพราะกลัวว่าวันหนึ่งเฉินคังจะเอาความรู้เหล่านั้นไปเปิดร้านแข่งกับร้านของตน จึงเตือนจ้าวหยางผู้เป็นพ่อว่าไม่ควรสอนความรู้ให้ทั้งหมด โดยเฉพาะเคล็ดลับการเผาเครื่องปั้นที่สืบทอดมาในตระกูลให้แก่เฉินคัง
แต่พ่อของเขากลับไม่สนใจ ซ้ำยังสอนความรู้ทั้งหมดให้อย่างหมดเปลือก หลังจากที่เฉินคัง ได้เคล็ดลับทั้งหมดของเถ้าแก่จ้าว และเห็นว่าตนเองมีความสามารถในเรื่องการปั้นไม่เป็นรองใคร จึงลาออกจากร้านเพื่อไปเปิดร้านขายเครื่องปั้นลายครามเป็นของตนเอง ซึ่งเฉินคังเลือกที่จะเปิดร้านเครื่องปั้นดินเผาในเมืองเฉิงตู ซึ่งทำให้จ้าวเหยียนรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองถูกเย้ยหยัน

นิทานไทยสอนลูกสร้างตัว เคล็ดลับคนรวยหวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์
นิทานไทยสอนลูกสร้างตัว เคล็ดลับคนรวยหวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์

“ท่านพ่อ ครั้งหนึ่งข้าเคยเตือนท่านแล้วแต่ท่านก็ไม่ฟังข้า วันนี้เคล็ดลับของตระกูลกลับเป็นอาวุธที่ย้อนมาทำลายเราเสียเอง”
“เจ้าคิดว่าการที่พ่อถ่ายทอดความรู้ให้กับเฉินคังเป็นเรื่องที่ผิดอย่างนั้นหรือ”
“ก็ตอนนี้ท่านพ่อไม่เห็นหรืออย่างไรว่า เฉินคังนำความรู้ที่ท่านถ่ายทอดให้มาทำร้ายท่านอยู่ ท่านพ่อน่าจะรู้จักหวงแหนวิชาของตนไม่ใช่ถ่ายทอดให้คนอื่นเพื่อมาแย่งเราทำมาหากิน”
“สำหรับพ่อแล้วไม่เรียกว่าการแย่งกันทำมาหากิน แต่พ่อเรียกว่าเป็นการแบ่งปัน เป็นการสร้างมิตรทางการค้า การที่เจ้าค้าขายอย่างโดดเดี่ยวไม่ผูกมิตรกับใครหรือไม่รู้จักสร้างมิตร เวลาเกิดปัญหาเจ้าก็จะต้องแก้ไขเพียงลำพัง และจะไม่มีใครช่วยเหลือเจ้าเลย”
“แบ่งปันยังไงของท่านพ่อ จะทำให้รายได้ของเราลดน้อยถอยลงล่ะไม่ว่าท่านพ่อ”

“ตอนนี้เจ้ายังคงไม่เข้าใจ เพราะยังไม่มีปัญหาใดหนักหนา แต่วันหนึ่งข้างหน้าเจ้าจะเข้าใจได้ด้วยตนเอง เมื่อมีปัญหาที่เจ้าไม่สามารถแก้ไขได้เกิดขึ้น”
ไม่นานนักจ้าวหยางที่ทำงานหนักมาตลอดก็เกิดล้มป่วยจนไม่สามารถทำงานได้อีก ซึ่งเป็นเวลาไล่เลี่ยกับที่เฉินคัง เพิ่งจะลาออกไปได้ไม่นาน ทำให้โรงปั้นเกิดปัญหา เพราะเมื่อโรงปั้นขาดเจ้าหยางที่เป็นช่างปั้นหลัก ส่วนคนงานคนอื่นๆ และตัวของจ้าวเหยียนเองก็ยังไม่มีความชำนาญมากพอ จึงไม่สามารถปั้นเครื่องปั้นดินเผาได้ครบจำนวนที่ต้องส่งมอบให้ลูกค้าชาวต่างชาติ ครั้นจะไปซื้อเครื่องปั้นดินเผาจากร้านอื่นมาให้ครบจำนวนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะวิธีการปั้นของพ่อเขาแปลกกว่าผู้อื่น
จ้าวเหยียนรู้ดีว่าหากเขาไม่สามารถส่งเครื่องปั้นดินเผาให้ครบตามจำนวน ร้านของเขาต้องชดใช้ค่าเสียหายจนอาจต้องปิดกิจการปัญหานี้ทำให้จ้าวเหยียนกลุ้มใจมาก แต่ปัญหากลับคลี่คลายอย่างง่ายดาย เมื่อเฉินคังนำเครื่องปั้นดินเผาจากร้านของเขามาส่งให้ครบตามที่ต้องส่งมอบให้แก่ลูกค้าทันทีที่รู้ข่าวว่าเถ้าแก่หยางล้มป่วย เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของเถ้าแก่จ้าวที่มอบวิชาความรู้ที่ใช้ในการทำมาหากินให้ ทำให้จ้าวเหยียนเข้าใจถึงความหมายที่พ่อของเขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า “สำหรับพ่อแล้วไม่ใช่การแย่งชิง แต่เป็นการแบ่งปัน” ว่าหมายถึงอะไร

นิทานไทยสอนลูกสร้างตัว เคล็ดลับคนรวยหวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์
นิทานไทยสอนลูกสร้างตัว เคล็ดลับคนรวยหวงวิชาไปไม่เกิดประโยชน์

เคล็ดลับเศรษฐี
“การทำการค้า ต้องรู้จักแบ่งปัน ไม่ใช่เอาแต่แย่งชิง” คนจีนสอนลูกหลานเสมอว่า คนเราไม่สามารถอยู่ในโลกนี้ได้ด้วยลำพัง โดยเฉพาะในเรื่องของการค้าขาย หากค้าขายอย่างเห็นแก่ตัวก็ยากที่จะประคับประคองกิจการได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะจะไม่มีใครให้ความช่วยเหลือในยามที่เกิดปัญหาคนจีนจึงสอนให้ลูกหลานรู้จักผูกมิตร มากกว่าที่จะสร้างศัตรู

 

นิทานไทย นิทานสอนลูก เคล็ดลับการเป็นเศรษฐี ติดตามได้ที่นี่ www.nitanthai.com

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *