เคล็ดลับเศรษฐี เคล็ดลับความรวย คิดทำการค้าต้องมีน้ำใจต่อกัน

เคล็ดลับเศรษฐี เคล็ดลับความรวย คิดทำการค้าต้องมีน้ำใจต่อกัน

 

 

เคล็ดลับความรวย อยากรวยต้องทำยังไง เรื่องที่ 4 คิดทำการค้าต้องมีน้ำใจ นิทานเศรษฐีสอนลูกสร้างตัว

ปลายราชวงศ์สุยถือเป็นช่วงที่เมืองจีนเกิดกลียุค ชาวเมืองเต็มไปด้วยความอดอยาก เพราะจักรพรรดิเอาแต่เสพสุขไม่สนใจราชการ ปล่อยให้ขุนนางในราชสำนักมีอำนาจบาตรใหญ่ ขุนนางตามหัวเมืองต่างๆ ตั้งตนเป็นผู้ปกครองแคว้น ขูดรีดประชาชน จึงมีการทำสงครามเพื่อปลดแอก

โดยหลี่เอี๋ยนขุนนางผู้ใหญ่ได้ลุกฮือขึ้นต่อต้านองค์สุยหยางตี้ฮ่องเต้ที่ไร้ความสามารถ

หลี่เอี๋ยนมีหลี่ซื่อหมิงบุตรชายคนรองเป็นกำลังสำคัญ หลี่ซื่อหมิงเป็นผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องการศึกสงคราม ช่วยหลี่เอี๋ยน รบจนได้ชัยชนะเหนือแคว้นต่างๆ มากมาย เมื่อสามารถรวบรวมแผ่นดินจีนจนเป็นปึกแผ่น หลี่เอี๋ยน ได้สถาปนาเป็นถังเกาจูฮ่องเต้เป็นการเริ่มต้นราชวงศ์ถัง โดยมีเมืองฉางอันเป็นเมืองหลวง และเริ่มทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง

ในช่วงที่ยังมีการทำสงคราม จางจ้าวจวิน เป็นเจ้าของร้านขายข้าวสารเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองฉางอัน จางจ้าวจวินเป็นคนที่มีใจโอบอ้อมอารี เห็นว่าตนเองยังขายข้าวสารในราคาที่ทำกำไรเช่นเดิมก็เกรงว่าจะทำให้ชาวเมืองยิ่งต้องลำบากมากขึ้น จึงขายข้าวสารในราคาเท่าทุน เพราะคิดว่าตนเองก็ได้กำไรจากลูกค้ามามาก เมื่อเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

“ท่านที่ ในช่วงสงครามเช่นนี้ไม่ว่าร้านข้าวสารที่ไหนก็มีแต่จะกักตุนเอาไว้ทำกำไร ท่านพี่กลับขายข้าวสารในราคาถูกแบบนี้ เมื่อสงครามสิ้นสุดแล้วเราจะเอาข้าวสารที่ไหนมาขายทำกำไรเหมือนกับพ่อค้าคนอื่นๆ ล่ะท่านพี่”

“เพ่ยเพ่ย เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า ที่เราเปิดร้านขายข้าวสารก็เพื่อขายข้าวที่เราปลูกได้จากที่นาของเราเอง ตอนนี้ไม่ว่าใครต่างก็เดือดร้อน และคนเหล่านั้นก็เคยเป็นลูกค้าที่อุดหนุนเรามาก่อน จนทำให้เรามีความเจริญรุ่งเรืองมาถึงทุกวันนี้ได้ ในยามที่ต่างก็ลำบากกันเช่นนี้ พี่คิดว่าช่วยเหลือกันได้ก็น่าจะช่วยเหลือกัน”

“ก็ถูกของท่านพี่ ข้าต้องขอโทษท่านพี่ที่เห็นแก่กำไรมากจนเกินไป”

เมื่อข่าวที่จ้าวจวินขายข้าวสารในราคาถูกแพร่กระจายออกไปคนที่เดือดร้อนต่างก็พากันมาซื้อข้าวสารที่ร้านจ้าวจวิน แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะข้าวสารได้ถูกขายจนหมดแล้ว ซึ่งจ้าวจวินเองก็แปลกใจ เมื่อลูกจ้างแจ้งแก่เขาว่าข้าวในโกดังได้ถูกขายออกไปจนหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 วัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น        จ้าวจวินคิดว่าข้าวสารน่าจะพอมีขายได้ไม่ต่ำกว่า 7 วัน

จ้าวจวินจึงสั่งให้คนงานไปเสาะหาความจริงว่าเป็นเพราะอะไรกัน และก็ได้รู้ว่าเป็นเพราะเถ้าแก่หลี่ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายข้าวสารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอัน ให้คนงานมาซื้อข้าวสารที่ร้านของจ้าวจวินไปจนหมด จ้าวจวิน จึงบอกกับลูกค้าที่มารอซื้อข้าวสารว่าเถ้าแก่หลี่ได้มาขว้างซื้อข้าวสารไปหมดแล้ว หากใครอยากได้ข้าวสารก็ให้ไปซื้อกับเถ้าแก่หลี่

เมื่อเช้าเมืองฉางอันพากันไปที่ร้านของเถ้าแก่หลี่ ต่างก็ต้องผิดหวังเพราะเถ้าแก่หลี่โก่งราคาข้าวสารขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว จนชาวบ้านไม่สามารถซื้อข้าวสารของเถ้าแก่หลี่ได้ จึงพากันกลับมาที่ร้านของ      จ้าวจวินอีกครั้งเพราะไม่รู้จะไปซื้อข้าวสารที่ไหน

จางจ้าวจวิน จึงนัดให้ทุกคนกลับมาใหม่อีกครั้งใน 7 วันให้หลัง เพราะเขากำลังจะเก็บเกี่ยวข้าวในนาอีกครั้ง และเขาสัญญาว่าจะขายข้าวสารในราคาที่ไม่เอากำไรเช่นเดิม ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าหลังจากหมดข้าวสารรอบนี้แล้วก็ต้องปิดร้านจนกว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวรอบใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือน ความมีน้ำใจของจ้าวจวินทำให้ชาวเมืองฉางอันเกิดความซาบซึ้ง

เคล็ดลับเศรษฐี เคล็ดลับความรวย คิดทำการค้าต้องมีน้ำใจต่อกัน
เคล็ดลับเศรษฐี เคล็ดลับความรวย คิดทำการค้าต้องมีน้ำใจต่อกัน

“ท่านช่างมีน้ำใจจริงๆ แม้จะเป็นร้านขายข้าวสารเล็กๆ แต่ก็ไม่คิดเอาเปรียบพวกข้าในยามยาก”

“ถ้าทำการค้าฉันญาติมิตร ยามไหนทำกำไรได้ข้าก็ทำ แต่ในยามที่ทุกคนเดือดร้อนข้าก็ไม่เอาเปรียบ ไว้เมื่อสงครามยุติหวังว่าพวกท่านจะมาอุดหนุนข้า”

“เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว พวกข้าจะไม่ไปอุดหนุนเถ้าแก่หลี่อีกเสียทีที่พวกเราเคยอุดหนุนมาตลอด ยามที่พวกข้าเดือดร้อนยังคิดแต่จะหากำไร คนไร้น้ำใจเช่นนี้ไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย”

และเมื่อสงครามสิ้นสุดลง หลี่ซื่อหมิง สถาปนาขึ้นเป็นองค์ถังไท่จงฮ่องเต้ต่อจากถังเกาจูฮ่องเต้ ถังไท่จงปกครองแผ่นดินด้วยความเป็นธรรม ปราบปรามขุนนางที่ฉ้อราษฎร์ ทำให้ประเทศรุ่งเรืองไม่แพ้สมัยราชวงศ์ฮั่น ถือเป็นช่วงรัชกาลที่การค้าขาย ศิลปะ และการทหารรุ่งเรืองมาก จนบ้านเมืองเข้าสู่ความสงบสุข

ร้านข้าวสารของจางจ้าวจวินกลับมาเปิดอีกครั้งหลังจากที่ปิดไปนานเพราะไม่มีข้าวสารขาย แต่เมื่อร้านเปิด ชาวเมืองฉางอันต่างก็พากันมาซื้อข้าวสารที่ร้านของจ้าวจวินมากมาย ทำให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเศรษฐีในเวลาไม่นาน ผิดกับเถ้าแก่หลี่ที่จนลงเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครไปซื้อข้าวสารที่ร้านของเขาอีกเลย

“ข้าปิดร้านไปนาน ไม่คิดว่าพวกท่านจะกลับมาอุดหนุนข้าเหมือนเดิม นึกว่าจะไปเป็นลูกค้าร้านอื่นกันหมดแล้ว”

“ยามที่พวกเราลำบาก ท่านก็มีน้ำใจ มีหรือที่เราจะไปเป็นลูกค้าของร้านอื่น จริงไหมพวกเรา นี่พวกข้าก็ชวนคนรู้จักให้มาอุดหนุนท่านด้วยนะ”

“ขอบคุณทุกๆ ท่าน”

เคล็ดลับเศรษฐี เคล็ดลับความรวย คิดทำการค้าต้องมีน้ำใจต่อกัน
เคล็ดลับเศรษฐี เคล็ดลับความรวย คิดทำการค้าต้องมีน้ำใจต่อกัน

เคล็ดลับเศรษฐี

“ทำการค้าอย่าคิดแต่หาผลกำไรจากลูกค้าเพียงอย่างเดียว” ในเรื่องของการทำการค้านั้นคนจีนถือความมีน้ำใจเป็นที่ตั้ง ไม่ทำการค้าที่มุ่งแต่แสวงหากำไรเพียงอย่างเดียว มักจะสอนลูกหลานว่าลูกค้าเปรียบเสมือนญาติมิตร ยามมีก็พึ่งพา ยามไม่มีก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เกร็ดความรู้เรื่องราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถัง

ราชวงศ์สุยปกครองจีนในช่วง ค.ศ. 581-618 เริ่มต้นราชวงศ์โดยสุยเหวินตี้ฮ่องเต้ที่รวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นหลังจากยุคสามก๊ก ราชวงศ์สุยมีฮ่องเต้ 2 พระองค์ คือองค์สุยหยางตี้ฮ่องเต้ที่เป็นโอรส แต่ก็เป็นคนไร้ความสามารถ ทำให้ไม่สามารถปกครองขุนนางได้และถูกขุนนางโค่นอำนาจในที่สุด

หลี่หยวนหรือหลี่เอี๋ยนเป็นขุนนางผู้ใหญ่ที่ปกครองไท่หยวนเมื่อเห็นว่าฮ่องเต้สุยหยางตี้ไม่สนใจเรื่องการปกครองทำให้แคว้นต่างๆ แยกตนเป็นเอกเทศ หลี่หยวนจึงสร้างกองทัพตีแคว้นต่างๆ เพื่อรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง โดยมีหลี่ซื่อหมิงบุตรชายคนรองเป็นกำลังสำคัญ

เมื่อสามารถรวบรวมแคว้นต่างๆ ได้เป็นปึกแผ่น หลี่หยวนก็สถาปนาตัวเองเป็น “ถังเกาจูฮ่องเต้” แล้วตั้ง “หลี่เจี้ยนเฉิง” เป็นรัชทายาทตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องให้บุตรชายคนโตเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ แต่ด้วยความที่มีคนภักดีต่อหลี่ซื่อหมิงเป็นจำนวนมาก และเห็นว่าหลี่ซื่อหมิงมีความสามารถมากกว่า จึงช่วยหลี่ซื่อหมิงยึดอำนาจจากรัชทายาทที่ร่วมมือกับหลี่หยวนจี๋ และขึ้นครองราชย์เป็น “ถังไท่จงฮ่องเต้” หลังจากที่บิดาสละราชสมบัติ ยุคของถังไท่จงถือเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของราชวงศ์ถัง เพราะมีการพัฒนาทางด้านกองทัพ ศิลปะและการค้า ถึงกับมีคำกล่าวที่ว่ารุ่งเรืองไม่แพ้ยุคราชวงศ์ฮั่นเลยทีเดียว

 

อ่านนิทานออนไลน์ นิทานไทย นิทานเด็ก นิทานสอนลูก เคล็ดลับการเป็นเศรษฐี ติดตามได้ที่นี่ www.nitanthai.com

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *